ฝรั่งเศสขยายคำสั่งเตือนภัยโควิดขั้นสูงสุดสู่อีก 4 เมือง

เมืองลีล เมืองลียง เมืองเกรโนเบลอ และเมืองแซ็งเตเตียน เป็นเมืองใหญ่ 4 แห่งล่าสุดของฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เข้าสู่ “กลุ่มเสี่ยงสูงสุด” ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสังคม ที่รวมถึงการปิดบาร์นาน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่านายโอลิวิเยร์ เวร็อง รมว.กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่ 18,129 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 671,638 คน รักษาหายแล้ว 100,306 คน เพิ่มขึ้น 513 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 32,521 คน เพิ่มขึ้น 76 คน
 
ขณะเดียวกัน อัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” เฉลี่ยทั่วประเทศในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด อยู่ที่ 116 ต่อประชากร 100,000 คน ด้านระดับการติดเชื้อพื้นฐาน ที่เรียกว่า “ค่าอาร์นอท” หรือ “อาร์ซีโร่” อยู่ระหว่าง 1.1 ถึง 1.2 ส่วนอัตราเฉลี่ยของการพบผลตรวจเป็นบวกในรอบ 1 เดือนล่าสุดเพิ่มเป็น 9.1% ขณะที่ในรอบ 1 เดือนก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 4.5%

ด้วยเหตุนี้ นับตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันเสาร์ที่ 10 ต.ค.นี้ และมีผลบังคับใช้ 15 วัน “เป็นอย่างน้อย” เมืองลีล เมืองลียง เมืองเกรโนเบลอ และเมืองแซ็งเตเตียน ให้อยู่ภายใต้คำสั่งเตือนภัยด้านสาธารณสุขจาก “สีแดงเข้ม” เป็น “สีเลือดหมู” ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด โดยต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกับกรุงปารีส เมืองมาร์แซย์ และดินแดนโพ้นทะเลกัวเดอลุป ที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมขั้นสูงสุดแล้ว นั่นคือ บาร์และผับไม่สามารถเปิดให้บริการได้ การจัดงานเลี้ยงและกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทไม่ได้รับอนุญาต
 
แม้ร้านอาหารยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่ต้องจัดโต๊ะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร  นั่งร่วมโต๊ะได้ไม่เกิน 6 คน และปิดก่อนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางร้านต้องบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ติดตามตัวได้ในกรณีฉุกเฉิน

Posted in new